home

ความเป็นมา

กรมทางหลวงชนบท

 

กรมทางหลวงชนบท  (Department Of Rural Roads)   เป็นส่วนราชการ ระดับกรม สังกัด กระทรวงคมนาคม   จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่  3  ตุลาคม  พ.ศ. 2545  โดยบุคลากรโอนภารกิจมาจากกรมโยธาธิการ และกรมการเร่งรัดพัฒนาชนบท  มีหน้าที่ในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบท  เพื่อสนับสนุนการคมนาคม ขนส่ง การท่องเที่ยว การพัฒนาชายแดน การพัฒนาเมืองอย่างบูรณาการและยั่งยืน  แก้ไขปัญหาจราจรโดยสร้างทางเชื่อม (Missing Link) ทางเลี่ยง (By-pass)  และทางลัด (Shortcut) รวมทั้งเป็นพี่เลี้ยงด้านการพัฒนาทางหลวงท้องถิ่นให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

 

การกำหนดภารกิจของกรมทางหลวงชนบท

พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545  มุ่งปรับปรุงระบบราชการให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นไปของสังคม  โดยมีการจัดตั้งกรมทางหลวงชนบทขึ้น  แต่ได้มีการกำหนดบทเฉพาะกาล  มาตรา 54 ไว้ว่า “ภายในห้าปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้โอนกิจการอำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ หนี้ สิทธิ ภาระผูกพัน ข้าราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของกรมทางหลวงชนบท และบรรดาอำนาจหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ไปเป็นของกรมทางหลวง  หรือผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี  ทั้งนี้  ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวจะกำหนดให้การกำหนดรายละเอียดบางกรณีเป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีหรือประกาศของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็ได้  เมื่อมีการตราพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งขึ้นบังคับใช้แล้ว  ให้ถือว่ากรมทางหลวงชนบทเป็นอันยุบเลิก”  ซึ่งจะเป็นผลให้กรมทางหลวงชนบท มีภารกิจที่จะต้องดำเนินการในระยะเวลาเพียง 5 ปี

ต่อมาภายหลังการประชุมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  เมื่อวันที่  19  กันยายน  พ.ศ. 2550  ได้มีมติให้กรมทางหลวงชนบท  ดำเนินการต่อไปอีก 5 ปี  กระทั่งในปี พ.ศ. 2552  ได้มีพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2552  ให้ยกเลิกการยุบกรมทางหลวงชนบท  และให้มีภารกิจดำเนินการเช่นเดิม  เนื่องจากเป็นนโยบายหลักของทุกรัฐบาล

เครื่องหมายราชการ

สัญลักษณ์ของกรมทางหลวงชนบท คือ องค์พระวิษณุหรือพระนารายณ์  เป็นเทพแห่งวิศวกรรมการพัฒนา  การก่อสร้าง และบำรุงรักษาทางหลวง  ประทับเป็นสง่าบนพระอาสน์  มือขวาถือจอบ มือซ้ายถือลูกดิ่ง  เบื้องหลังพระวิษณุแสงสว่างแผ่เป็นรัศมีโดยรอบทั้ง 8 ทิศ แสดงถึงภารกิจของกรมทางหลวงชนบท ครอบคลุมทั้งประเทศ และลายกนก 3 ชั้น ตัดด้วยเส้นสีแดงบนพื้นสีเหลืองทอง หมายถึง ประเทศไทย

 

รายนามอธิบดีกรมทางหลวงชนบท

 

 




      ลำดับ                           รายนาม                                    ระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง
1  สุรชัย             ธารสิทธิ์พงษ์  (8 พฤศจิกายน พ.ศ.2545 - 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2549)
2  ระพินทร์       จารุดุล  (29 พฤศจิกายน พ.ศ.2549 - 10 เมษายน พ.ศ.2551)
3  สุพจน์            ทรัพย์ล้อม  (11 เมษายน พ.ศ.2551 - 30 กันยายน พ.ศ.2551)
4  วิชาญ             คุณากูลสวัสดิ์  (31 ตุลาคม พ.ศ.2551 - 30 กันยายน พ.ศ.2554)
5  ชาติชาย        ทิพย์สุนาวี  (21 ตุลาคม พ.ศ.2554 - 30 กันยายน พ.ศ.2557)
6  ดรุณ               แสงฉาย  (16 ธันวาคม พ.ศ.2557 - 30 กันยายน พ.ศ.2558)
7  พิศักดิ์            จิตวิริยะวศิน  (1 ตุลาคม พ.ศ.2558 - ปัจจุบัน)

 

 

 

โครงสร้างส่วนราชการ

 

³สำนักบริหารกลาง

³สำนักฝึกอบรม

³สำนักกฎหมาย

³สำนักก่อสร้างทาง

³สำนักก่อสร้างสะพาน

³สำนักเครื่องกลและสื่อสาร

³สำนักบำรุงทาง

³สำนักอำนวยความปลอดภัย

³สำนักแผนงาน

³สำนักวิเคราะห์วิจัยพัฒนา

³สำนักสำรวจและออกแบบ

³สำนักส่งเสริมการพัฒนาทางหลวงท้องถิ่น

³สำนักพัฒนาระบบบริหาร

³ศูนย์เทคโนโลยีและสารสนเทศ

³กลุ่มตรวจสอบภายใน

³สำนักทางหลวงชนบทที่ 1 – 18

1.      สำนักทางหลวงชนบทที่ 1 (ปทุมธานี)

† พระนครศรีอยุธยา

† ปทุมธานี

† นนทบุรี

† อ่างทอง

2.      สำนักทางหลวงชนบทที่ 2 (สระบุรี)

† ชัยนาท

† ลพบุรี

† สระบุรี

† สิงห์บุรี

3.      สำนักทางหลวงชนบทที่ 3 (ชลบุรี)

† จันทบุรี

† ชลบุรี

† ตราด

† ระยอง

4.      สำนักทางหลวงชนบทที่ 4 (เพชรบุรี)

† ประจวบคีรีขันธ์

† เพชรบุรี

† ราชบุรี

† สมุทรสงคราม

† สมุทรสาคร

5.      สำนักทางหลวงชนบทที่ 5 (นครราชสีมา)

† ชัยภูมิ

† นครราชสีมา

† บุรีรัมย์

† สุรินทร์

6.      สำนักทางหลวงชนบทที่ 6 (ขอนแก่น)

† ขอนแก่น

† มหาสารคาม

† ร้อยเอ็ด

† เลย

7.      สำนักทางหลวงชนบทที่ 7 (อุบลราชธานี)

† ยโสธร

† ศรีสะเกษ

† อุบลราชธานี

† อำนาจเจริญ

8.      สำนักทางหลวงชนบทที่ 8 (นครสวรรค์)

† กำแพงเพชร

† ตาก

† นครสวรรค์

† สุโขทัย

† อุทัยธานี         

9.      สำนักทางหลวงชนบทที่ 9 (อุตรดิตถ์)

† พิจิตร

† พิษณุโลก

† เพชรบูรณ์

† อุตรดิตถ์

10.  สำนักทางหลวงชนบทที่ 10 (เชียงใหม่)

† เชียงใหม่

† แม่ฮ่องสอน

† ลำปาง

† ลำพูน

† แพร่

11.  สำนักทางหลวงชนบทที่ 11 (สุราษฎร์ธานี)

† ชุมพร

† นครศรีธรรมราช

† ระนอง

† สุราษฎร์ธานี

12.  สำนักทางหลวงชนบทที่ 12 (สงขลา)

† นราธิวาส

† ปัตตานี

† ยะลา

† สตูล

† สงขลา

13.  สำนักทางหลวงชนบทที่ 13 (ฉะเชิงเทรา)

† นครนายก

† ปราจีนบุรี

† ฉะเชิงเทรา

† สระแก้ว

14.  สำนักทางหลวงชนบทที่ 14 (สุพรรณบุรี)

† สุพรรณบุรี

† กาญจนบุรี

† นครปฐม

15.  สำนักทางหลวงชนบทที่ 15 (อุดรธานี)

† อุดรธานี

† หนองคาย

† หนองบัวลำภู

† บึงกาฬ

16.  สำนักทางหลวงชนบทที่ 16 (กาฬสินธุ์)

† กาฬสินธุ์

† นครพนม

† มุกดาหาร

† สกลนคร

17.  สำนักทางหลวงชนบทที่ 17 (เชียงราย)

† น่าน

† พะเยา

† เชียงราย

18.  สำนักทางหลวงชนบทที่ 18 (กระบี่)

† กระบี่

† พังงา

† ภูเก็ต

† พัทลุง

† ตรัง

 

          ป้ายรหัสสายทาง  ทางหลวงชนบท

         

          ในการเรียกชื่อทางหลวงชนบท  จะนิยมใช้หมายเลขทางหลวงแผ่นดิน หรือชื่อหมู่บ้าน หรือชื่อสถานที่สำคัญ ที่เป็นจุดเริ่มต้นโครงการและจุดสิ้นสุดโครงการในสายทางนั้นมาตั้งชื่อถนน เช่น สายแยกทางหลวงหมายเลข 214 – บ้านลาดกระบัง หรือ สายบ้านคลอง 20 – บ้านตลาดคลอง 16  เป็นต้น  ต่อมาเมื่อมีการพัฒนาระบบโครงข่ายทางหลวงชนบทมากขึ้น  การใช้ชื่อเพียงอย่างเดียวอาจจะก่อให้เกิดการสับสัน และไม่สามารถทราบว่าสายทางนั้นอยู่ในจังหวัดใด  ดังนั้น  จึงมีการนำรหัสสายทางเข้ามาเป็นตัวบอกถึงที่ตั้ง และลำดับของสายทาง  ซึ่งรหัสสายทางของทางหลวงชนบทประกอบด้วย ตัวอักษรย่อของจังหวัด 2 ตัว และตัวเลข 4 ตัว มาใช้กำกับทางหลวงชนบท  โดยมีความหมายดังนี้

v ตัวอักษรย่อ 2 ตัว บอกถึงจังหวัดที่ตั้งของสายทางนั้น ๆ เช่น นบ. หมายถึงทางหลวงชนบทที่อยู่ในเขตจังหวัดนนทบุรี หรือ ชบ. หมายถึงทางหลวงชนบทที่อยู่ในเขตจังหวัดชลบุรี เป็นต้น

v ตัวเลข 4 หลัก ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

ó รหัสเลขตัวที่หนึ่ง  บอกถึงลักษณะของการเชื่อมโยงของสายทางว่า จุดเริ่มต้นสายทางเป็นอย่างไร มีทั้งหมด 6 หมายเลข แต่ละหมายเลขมีความหมาย ดังนี้

¹ เลข 1 หมายถึง เริ่มต้นจากทางหลวงที่มีหมายเลขตัวเดียว

¹ เลข 2 หมายถึง เริ่มต้นจากทางหลวงที่มีหมายเลขสองตัว

¹ เลข 3 หมายถึง เริ่มต้นจากทางหลวงที่มีหมายเลขสามตัว

¹ เลข 4 หมายถึง เริ่มต้นจากทางหลวงที่มีหมายเลขสี่ตัว

¹ เลข 5 หมายถึง เริ่มต้นจากทางหลวงชนบทหรือทางหลวงท้องถิ่น

¹ เลข 6 หมายถึง เริ่มต้นจากสถานที่ เช่น โรงเรียน วัด บ้าน ตำบล

               ó รหัสเลข 3 ตัว บอกถึงลำดับของสายทางในแต่ละจังหวัด

 

 

อ้างอิง

 

1.      ราชกิจานุเบกษา, พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 เล่ม 130 ตอนที่ 93ก วันที่ 11 ตุลาคม 2556

2.      พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2552